posted on 10 Mar 2007 17:24 by doraneko in Life
20:20 นาทีแล้ว ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนที่จะรีบวิ่งมานั่งรออยู่หน้าโทรทัศน์ ใกล้ละครจะมาหละ "ละอองดาว" อือ ใกล้จะอวสานแล้วสินะ ...เพลงละครเริ่มแระ ฉันตั้งอกตั้งใจดูอย่างกับจะเข้าไปอยู่ในจอด้วยงั้นแหละ แหม..นี่ถ้าคนจัดละครมาเห็นคงภูมิใจในผลงานตัวเองมากเลยนะ ที่ได้คนดูอย่างฉันเนี่ย อิอิ..
..ไม่รู้เหมือนกันนะว่าในประเทศไทยเนี่ย มีคนติดละครอย่างฉันเนี่ย จำนวนสักเท่าไร เวลาคุยกับเพื่อนๆ บางคนก้อว่า..ดูมั่ง แต่ไม่ติด บางคนก้อ..ไม่ดูเลย หรือบางคนก้อ..ติดงอมแงม เหมือนอย่างฉันงัย ละครแต่ละเรื่อง เธอไม่เคยพลาด ตั้งแต่สมัยก่อนๆ โน้น อย่างเจ้ากรรมนายเวร เลือดขัตติยา สองเรา..นิรันดร อุ้มรัก คุณยายสายเดี่ยว และอีกหลายต่อหลายเรื่อง ที่จำชื่อไม่ได้แล้ว เคยอ่านเจอในหนังสือจิตวิทยา เขาบอกว่า..คนที่ใช้เวลาหน้าโทรทัศน์เกินวันละ 2 ชั่วโมง นี่จะจัดอยู่ในกลุ่มเครียด หรือรัยเนี่ย คลับคล้ายคลับคลา เอ..ถ้างั้นฉันก้อคงอยู่ในกลุ่มนี้อ่ะสิ จริงเหรอ..!?!
..กลับมาเรื่องละครต่อดีกว่า เวลาดูละครก้อ อย่างที่บอกว่า อินสุดๆ ไม่ว่านางเอก พระเอกเขาเศร้า ไอ้เราก้อ พลอยเศร้าไปด้วย อย่างเรื่อง สองเรา..นิรันดร เนี่ยทำเอาน้ำตาท่วมจอไปเลย อิอิ..ทิชชู่หมดไปแยะ ทำงัยได้หล่ะ ก้อหนังมันเศร้านี่นา แล้วพอวันรุ่งขึ้นพอไปที่ทำงาน ในช่วงแรกๆ ที่เพื่อนๆ ยังไม่รู้กัน มันก้อจะพากันงงๆ ว่าเออ อีนี่หน้าตาบวมมาทำงานเลย สงสัยเมื่อคืนท่าจะทะเลาะกับแฟนมา? แต่หลังจากที่ชินๆ กันแล้ว อย่างทุกวันนี้ ก้อจะเป็นอันรู้กันว่า อ้อ..เมื่อคืนท่าจะตอนอวสานอ่ะสิ ตาบวมมาอีกแล้ว อิอิอิ
..แต่ไอ้ที่อินสุดๆ เนี่ยจะเป็นตอนที่พระเอกนางเอกไม่สมหวังกันสักที หรือว่ามีเหตุที่ต้องพลัดพรากจากกันเนี่ย จะเป็นตอนที่สะเทือนอารมณ์ที่สุด โดยเฉพาะหนังย้อนยุค ประมาณว่ากลับชาติมาเกิดอารัยเนี่ย ต้องให้เราลุ้นว่า เมื่อไหร่หนอ คู่นี้จะสมหวังกันสักที พอเขาสมหวังกัน เราก้อ..เฮ้อ ลุ้นแทบตาย
..ฟังดูตลกใช่ไหม แต่ฉันว่า..ดูละครมันก้อ ให้อารัยๆ เราได้หลายอย่างเหมือนกัน อย่างตัวละครเนี่ย เรื่องไหนเรื่องนั้นเลยนะ ต้องมีพระเอก มีนางเอก ตัวร้าย นางอิจฉา และตัวประกอบอื่นๆ อีก เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วเนี่ย จะไม่ครบองก์ อิอิ ยกเว้นบางเรื่องนะ ที่มีอยู่ไม่กี่คน (ตอนนี้..นึกไม่ออกว่ามีเรื่องอารัยบ้าง) แต่ที่แน่ๆ ถ้าตัวแสดงน้อย ตัวนำในเรื่องเนี่ยก้อ ต้องมีบทบาทที่หนักสุดๆ ไม่งั้น ถ้าไม่ชวนติดตามผู้ชมก็จะไม่ดูต่อไป
อือม..ถ้าเราเป็นคนดู เราอยากจะดูอารัยที่มันมันส์ๆ สะใจ ได้ลุ้น
แต่ถ้าเราเป็นตัวละครตัวนั้นหล่ะ เราจะสู้ต่อไปไหวมั้ย
เราจะเดินต่อไปอย่างไร
แล้วทุกวันนี้ เราเป็นตัวอะไรในละครชีวิตของเรา???
posted on 08 Mar 2007 16:33 by doraneko in Life
เคยไหม..ที่อยากจะทำอะไรสักอย่าง แต่แล้ว ก็เริ่มต้นไม่ได้สักทีเคยไหม..ที่รู้สึกว่าตัวเองทำไมถึงแตกต่างไปจากคนอื่นเสียเหลือเกิน
เคยไหม..ที่รู้สึกว่าฉันเข้ากับคนอื่นไม่ได้
เคยไหม..ที่รู้สึกว่าโดดเดี่ยวทั้งๆที่อยู่ท่ามกลางงานเลี้ยง
555ฟังดูเหมือนคนที่กำลังเป็นโรคซึมเซาเลยเนอะ แต่ยังไงๆ ก็ขอเถียงว่าฉันไม่ใช่ ก็แค่..ไม่เหมือนคนอื่นเขา ก้อ เท่านั้นเอง
เมื่อสมัยเป็นเด็กๆ เวลาที่เข้ากับเพื่อนไม่ได้เนี่ย จะรู้สึกแย่มากๆ บางครั้งถึงขนาดต้องทำตัวให้เข้ากับเพื่อนให้ได้ ทั้งๆ ที่ในใจลึกๆ แล้ว มันบอกว่า ไม่ใช่เราสักหน่อย แต่ทำไงได้หล่ะ ไม่ทำอย่างนั้นแล้ว เดี๋ยวก้อไม่มีเพื่อนหน่ะสิ ...น่าขำเนอะ
พอโตขึ้นมา หลังจากความรู้สึกแข็งแกร่งขึ้น(แบบว่า..โดนมาเยอะ) ความแคร์เพื่อนก้อ น้อยลง ช่างมันฉันไม่แคร์ ถ้าฉันถูกซะอย่าง แต่สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจมาโดยตลอด ว่าทำมั้ย ทำมัย เพื่อนที่ฉันเจอ มันต้องคอยผลประโยชน์อะไรสักอย่างจากฉัน ถ้าไม่ได้ มันก้อ จะแอนตี้ หรือไม่ก้อ ทำเป็นเฉยๆ ห่างๆ จากไป มีอยู่คนนะเคยโทรฯมาขอให้ฉันทำการบ้านส่งให้ พอฉันปฏิเสธ มันก้อหายไปเลย พอเจอหน้ากันอีกที มันก้อทำเป็นเฉยๆ ชาๆ ยังไงพิกล จริงๆ แล้วก้อไม่เชิงปฏิเสธหรอก แค่ตอบไปว่า มาช่วยกันทำมั้ย ไม่ได้ตรงไหนจะบอกให้ แต่มันกลับต้องการให้เราทำไปให้ทั้งหมดนี่สิ ไม่ไหวละมัง ความจริง ฉันก้อไม่เสียดายเพื่อนพวกนี้นักหรอก ก้อแค่รู้สึกสะเทือนใจนิดหน่อย ที่ทำมั้ย ทำมั้ย คนที่คบกันต้องคอยจ้องจะเอาสิ่งที่ตัวเองอยากได้ โดยไม่ได้แคร์หรือนึกถึงความรู้สึกของคนอื่นเลย ถ้าได้ครั้งนี้ ครั้งต่อๆไป ก้อต้องได้อีก หากไม่ได้มันก้อจะไม่สนใจเราเลย ......แล้วมิตรภาพ หน่ะ รู้จักมั้ย
ตั้งก้ะโตมานี่ ก้อมีนะที่ประทับใจมั่กๆ อย่างมีเพื่อนคนหนึ่ง ตั้งกะเจอกันวันแรก ก้อ ประทับใจมั่กๆๆ จนทุกวันนี้ เขาอ่ะ...ไม่ใช่ ต้องเธอสิ ก้อยังคงเสมอต้นเสมอปลาย จนทำให้ฉันรู้สึกดีที่ได้รู้จักคนอย่างนี้
เล่าให้ฟัง ก้อได้..
เราเจอกันตอนไปOrientation พนักงานใหม่ วันแรกตอนที่ฉันเดินเข้าไปในห้องประชุม ทุกคนเขาก้อนั่งกันหมดแล้ว ก้อเหลือที่นั่งท้ายๆ ไว้ มองไปมองมา เจอที่นั่งว่างพอดี และก้อเห็นเพื่อนคนนี้นั่งอยู่แล้ว ก้อเลยถามเขาว่า ที่นั่งข้างๆ ว่างมั้ย มีใครนั่งอยู่หรือป่าว เธอก้อรีบหันมายิ้มหวาน(สุดชีวิต ป่าวหรอก เป็นนิสัยที่เป็นมิตรกับคนรอบข้างมากกว่าหน่ะ) แล้วก้อรีบเลื่อนเก้าอี้ข้างๆ ออกทำท่าทางบอกให้ฉันนั่ง (อือม..รู้สึกดีจัง) วันนั้น เราก้อไม่ค่อยได้คุยอะไรกันนักหรอก ได้แต่นั่งฟังฝ่ายบุคคลพูดๆๆๆ และก้อเพิ่งรู้ว่า กลุ่มนี้จะได้ทำงานที่ๆ ฝ่ายเดียวกันทั้งหมด ก้อเพราะว่า วันแรกวันนี้นี่เองที่ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจคนนี้มาก เหตุผลหน่ะหรือ เพราะเขายังไม่รู้จักว่า ฉันเป็นใคร เข้ามาตำแหน่งอะไร แต่ที่เขาปฏิบัติกับฉัน เพราะว่า เขาเห็นฉันเป็นฉันหน่ะสิ ไม่ได้เห็นฉันเป็นหัวโขนหน่ะ (ขอบคุณนะ ที่ยังมีคนแบบนี้ ให้ฉันรู้สึกว่าโลกน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ) วันนี้มันแค่เริ่มต้น ยังมีอีกหลายเรื่องราวของเพื่อนคนนี้ ซึ่งสิ่งแวดล้อม สถานการณ์ วันเวลาไม่ได้ทำให้เธอเปลี่ยนไป เอาไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟังนะ